เวิร์คหรือไม่กับตลาดซื้อขายนักเตะ พรีเมียร์ลีก ที่ปิดก่อนชาวบ้าน

พรีเมียร์ลีก เตรียมพิจารณากันใหม่อีกครั้งเกี่ยวกับช่วงปิดตลาดซื้อขายนักเตะ

ซึ่งหลังจากที่ทดลองปิดก่อนลีกอื่นๆ แล้วดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยเวิร์คสักเท่าไหร่นัก

ฤดูกาลนี้เป็นครั้งแรกที่ลีกอังกฤษได้ทดลองเปลี่ยนแปลงช่วงปิดตลาด
จากที่ปกติจะปิดกันตอนปลายเดือนสิงหาคมเหมือนอย่างที่ลีกอื่นๆ เขาทำกัน
มาเป็นวันที่ 9 สิงหาคม ก่อนหน้าโปรแกรมนัดเปิดสนามฤดูกาลใหม่ระหว่าง แมนฯ
ยูไนเต็ด กับ เลสเตอร์ จะเริ่มต้นขึ้น

อันที่จริงมันก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่ดี
เพราะว่าแต่ละทีมจะได้ขุมกำลังที่พร้อมไปเลยก่อนที่ฤดูกาลใหม่จะเริ่มต้นขึ้น
แต่เมื่อพิจารณาลึกๆ ลงไปแล้ว
การปิดตลาดก่อนชาวบ้านเขาดูเหมือนจะกลายเป็นข้อเสียมากกว่า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมที่กำลังอยู่ในช่วงเตรียมขายนักเตะออกจากทีม
พวกเขาจะไม่มีทางที่จะเซ็นสัญญาผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาทดแทนได้เลย
นั่นส่งผลให้ดีลปล่อยนักเตะให้กับทีมต่างประเทศไม่สามารถเกิดขึ้นได้
สูญเสียโอกาสไปมากมาย
ในกรณีที่ทางสโมสรต้องการเงินทุนเข้ามาสู่บัญชีรายรับบ้าง

แม้แต่ทีมใหญ่ก็เจอผลกระทบเล็กน้อยอยู่เหมือนกัน อย่างเช่น แมนฯ ยูไนเต็ด
ที่นักเตะในทีมอย่าง ปอล ป็อกบา ตกเป็นข่าวกับ บาร์เซโลน่า
แม้ว่าตลาดซื้อขายในลีกอังกฤษจะปิดไปแล้ว เช่นเดียวกับ เชลซี
ที่ยังคงมีข่าวลือว่า เอเด็น อาซาร์ ตกเป็นเป้าสนใจของ เรอัล มาดริด อยู่เหมือนกัน
แม้ว่ากระแสข่าวจะไม่แรงเท่าก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่าต่อให้ทั้ง 2
สโมสรผู้ดีพร้อมปล่อยตัวแค่ไหนก็ไม่อาจทำได้ดั่งใจ
เพราะไม่เหลือโอกาสให้คว้าผู้เล่นใหม่เข้ามาทดแทนตำแหน่งที่ขาดหายไปได้แล้ว
นั่นเอง

ทีนี้ก็อยู่ที่ว่าตัวนักเตะจะเกิดอาการงอแงหรือเปล่า
ถ้าหากว่าต้องการย้ายทีมแบบมุ่งมั่นอย่างมาก
นั่นอาจส่งผลกระทบมาถึงฟอร์มในสนามด้วยเช่นกัน ถ้าหากว่านักเตะรายนั้นๆ
ไม่มีความเป็นมืออาชีพมากพอ
ขณะที่สโมสรต่างชาติซึ่งเล็งเห็นถึงจุดอ่อนตรงนี้ก็จะตามตื๊อไม่เลิก
จนกว่าดีลจะเกิดขึ้นจริง อย่างน้อยก็รอถึงช่วงเปิดตลาดต้นปีก็ได้
อย่างเช่นในรายของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ที่ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปเล่นกับ บาร์เซโลน่า
เป็นต้น

มองแล้วทาง พรีเมียร์ลีก จึงมองเห็นแต่ข้อเสียมากมาย ข้อดีก็อาจจะมีอยู่บ้าง
แต่วัดกันแล้วแทบจะไม่สามารถเทียบเคียงกันได้เลย
นั่นเป็นเหตุให้พวกเขาจำเป็นต้องพิจารณากันใหม่อีกครั้งเกี่ยวกับวันเดดไลน์ในช่
วงเปิดตลาดซัมเมอร์ครั้งหน้า

ซึ่งถ้ากลับมาปิดตลาดกันตามเดิมเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา
ทำให้มันเหมือนกับชาวบ้านชาวช่องเขา
ก็เชื่อว่าหลายสโมสรในอังกฤษน่าจะเห็นด้วยอย่างแน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *