คอสต้าขออภัยหลังก่อเหตุฉาว

ดั๊กลาส คอสต้า ดาวเตะ ยูเวนตุส ออกโรงขออภัยกับความประพฤติปฏิบัติฉาวโฉ่ของตนในเกมชนะ ซาสซูโอโล่ พร้อมชี้ จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ตนไม่เคยทำอะไรที่เหมือนกับเรื่องในคราวนี้เลย

ดั๊กลาส คอสต้า ปีกชาวบราซิเลียนของ ยูเวนตุส กล่าวขออภัยทุกฝ่าย หลังจากที่เขาแสดงกริยาไม่เหมาะสมในเกม กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นัดที่สังกัดเดิมเปิดรัง อัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม เอาชนะ ซาสซูโอโล่ 2-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 เดือนกันยายน ก่อนหน้านี้

ในช่วงท้ายเกมของนัดหมายดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น คอสต้า มีปากมีเสียงกับ เฟเดริโก้ ดิ ฟรานเชสโก้ แข้งของกลุ่มเยือนอย่างมาก โดยมันแย่ลงกว่าเดิมจนกระทั่งขั้นที่เขาถุยน้ำลายใส่ปากของอีกฝ่ายด้วย ซึ่งในที่สุดแล้วดาวเตะวัย 28 ปีก็โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม

“ผมต้องการขออภัยแฟนบอล ยูเวนตุส ทุกคนสำหรับความประพฤติปฏิบัติที่เกิดขึ้นในเกมวันนี้ที่อาจจะเป็นผลให้คนรู้เรื่องผมแบบผิดๆผมต้องการขออภัยเหล่าเพื่อนพ้องร่วมกลุ่มของผมที่รออยู่เคียงข้างผมอยู่เป็นประจำทั้งยังช่วงดีๆรวมทั้งตอนแย่ๆด้วย ผมมันน่าขยะแขยง ผมรู้สึกตัวดี รวมทั้งต้องการขออภัยทุกคนสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมขอกล่าวให้แจ่มชัดว่าทัศนคติที่แสดงออกมาในครั้งนี้มันไม่ตรงกับสิ่งที่ผมแสดงออกมาตลอดอาชีพการเล่นของผมเลย” คอสต้า กล่าวผ่าน อินสตาแกรม โซเชียลมีเดียออนไลน์ยอดฮิต…

ฟุตบอล.กีฬา. 4 ทีมเต็งลุ้นเเชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2018/19

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้เริ่มต้นขึ้นมาเเล้ว
เเละฤดูกาลนี้ดูเหมือนว่าจะสนุกสุดมันเหมือนเช่นเคย
หลายทีมต่างเสริมทัพตัวเด็ดๆทั้งนั้นเพื่อการมาร่วมล่าเเชมป์ในฤดูกาล
นี้
เเละทีมที่จะคว้าเเชมป์น่าจะต้องทำงานอย่างหนักเลยทีเดียวกว่าที่จะค
ว้าเเชมป์ในบั้นปลาย
เเละมาวิเคราะห์กันว่าทีมไหนที่จะมีโอกาสที่จะคว้าเเชมป์ในฤดูกาลนี้กั
นบ้าง ซึ่งจะเป็นหน้าเดิมๆที่มีเเต่ เสือ สิงห์ กระทิง เเรด
เเต่ละทีมเสริมทัพกันอย่างเต็มอัตราศึกเพื่อลุ้นในการชูถ้วยเเชมป์
ทีมเเรกต้องยกให้เเชมป์เก่า เเมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของกุนซือ เป๊ป
กวาร์ดิโอล่า ที่ยังคงร้อนเเรงอย่างต่อเนื่อง
หลังจากออจากสตาร์ทมายิงไปยับเยิน
เกมบุกที่เร้าใจที่เป็นเเท็กติกของทีมยังใช้ได้เสมอ
เเละนักเตะส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ย้ายหนีกันไปไหน ยังคง
อยู่กับทีมในฤดูกาลนี้
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
เป็นกุนซือที่เก่งเเละสามารถควบคุมซุปตาร์ของทีมได้ ทั้ง กุน อเกวโร่
ราฮีม สเตอร์ลิง ดาบิด ซิลบา ที่เป็นเเกนหลักของทีมในฤดูกาลนี้
พวกเขายังคงพัฒนาทีมอย่างต่อเนื่อง
เเละดูเหมือนว่าความร้อนเเรงจากฤดูกาลที่เเล้วยังไม่ตกลงเลย
ส่วนเต็งสองต้องยกให้ “หงส์เเดง” ลิเวอร์พูล ที่มีกุนซือ เยอร์เก้น
คล็อปป์ คุมทีม มาในฤดูกาลนี้ กับทีมใหม่ของหงส์เเดง
หลังจากโกรธจากปีที่เเล้วที่พลาดถ้วยสำคัญ ลิเวอร์พูล
จัดการเสริมทัพเป็นว่าเล่น ทั้งกองกลาง ฟาบินโญ่ เกอิต้า เเละ ชากิรี่
รวมถึงประตูใหม่คือ อลิสสัน เบ็คเกอร์
ที่มายังทัพหงส์เเดงทำให้ทีมเเกร่งขึ้นทันตาเห็น
เเละมาผนึกกำลังกับ ซาลาห์ มาเน่ เเละ ฟีร์มิโน่ ทำให้

พลังของหงส์เเดง เเรงขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง เเละดูเหมือนว่า
ลูกทีมของคล็อปป์ มีกำลังใจที่เต็มเปี่ยมในการเล่น
เเละด้วยทีมที่ดีอย่างนี้เเล้วบวกกับ
ผลงานที่ยังคงดีต่อเนื่องหงส์เเดงมีโอาสเข้าป้ายเช่นเดียวกัน
ต่อมาเต็งสามยกให้ “สิงห์บลู” เชลซี ที่ได้โค้ชคนใหม่ คือ เมาริซิโอ
ซารี มาคุมทีม เป็นการเปลี่ยนเเปลงอีกครั้งของ เชลซี
ที่มีการเดิมพันสูงอย่างมาก การเปลี่ยนโค้ชครั้งนี้ ทำให้
ทีมต้องพยายามสร้างผลงานที่ดีกว่าเดิมเพราะ อันโตนิโอ คอนเต้
ได้ฝากผลงานไว้คือการคว้าเเชมป์ลีกเเละบอลถ้วยอย่างเอฟเอ
คัพมาครอง
การมาของ เมาริซิโอ ซารี ได้หนีบ จอร์จินโญ่ มาจากนาโปลีด้วย
เพื่อมาเสริมในเกมบุกให้กับ เชลซี ได้มีความเเกร่งมากขึ้น
มาร่วมงานกับ อาซาร์ เเละ กองเต้ ส่วนเเดนหน้ามีโมราต้า
ที่น่าจะเข้าฟอร์มเเล้ว เเละมองว่าเชลซี
จะเป็นตัวเเปลสำคัญที่จะมาเเย่งเเชมป์ในปีนี้

มาที่ทีมสุดท้าย คือ “ปีศาจเเดง” เเมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
รองเเชมป์จากปีที่ผ่านมา มูรินโญ่ ชื่อนี้จะประมาทไม่ได้เลยทีเดียว
เเม้ว่าหลายสายตาจะมองว่า ปีศาจเเดงจะพลาดเเชมป์
เเต่บอลลีกต้องดูกันยาว งานนี้
ยอดทีมของเกาะอังกฤษไม่มีทางยอมอย่างเเน่นอน
พวกเขามีขุมกำลังชั้นเยี่ยมตั้งเเต่หลังยันกองหน้า ปอล ป็อกบา
เพิ่งคว้าเเชมป์โลกมา มีกำลังใตที่สูงอย่างมาก เเละทีมมีทั้ง ลูกากู
อเล็กซิส ซานเชซ เเละ มาต้า
นี้คือนักเตะที่มีประสบการณ์สูงในพรีเมียร์ลีก มองว่า
ถ้าพวกเขาติดเครื่องได้เมื่อไรก็น่ากลัวเมื่อนั้น
เเละเชื่อว่าการเเย่งเเชมป์ปีนี้ปีศาจเเดงต้องเป็นหนึ่งในนั้นเเน่นอน
เเละนี้คือทีมตัวเต็งในฤดูกาลนี้ที่จะมาเเย่งเเชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ในฤดูกาล 2018/19 มองว่า4 ทีมนี้มีศักยภาพมีที่สุดใน20
ทีมของลีกสูงสุดของอังกฤษที่จะเเย่งถ้วยเเชมป์ไปครอง…

เวิร์คหรือไม่กับตลาดซื้อขายนักเตะ พรีเมียร์ลีก ที่ปิดก่อนชาวบ้าน

พรีเมียร์ลีก เตรียมพิจารณากันใหม่อีกครั้งเกี่ยวกับช่วงปิดตลาดซื้อขายนักเตะ

ซึ่งหลังจากที่ทดลองปิดก่อนลีกอื่นๆ แล้วดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยเวิร์คสักเท่าไหร่นัก

ฤดูกาลนี้เป็นครั้งแรกที่ลีกอังกฤษได้ทดลองเปลี่ยนแปลงช่วงปิดตลาด
จากที่ปกติจะปิดกันตอนปลายเดือนสิงหาคมเหมือนอย่างที่ลีกอื่นๆ เขาทำกัน
มาเป็นวันที่ 9 สิงหาคม ก่อนหน้าโปรแกรมนัดเปิดสนามฤดูกาลใหม่ระหว่าง แมนฯ
ยูไนเต็ด กับ เลสเตอร์ จะเริ่มต้นขึ้น

อันที่จริงมันก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่ดี
เพราะว่าแต่ละทีมจะได้ขุมกำลังที่พร้อมไปเลยก่อนที่ฤดูกาลใหม่จะเริ่มต้นขึ้น
แต่เมื่อพิจารณาลึกๆ ลงไปแล้ว
การปิดตลาดก่อนชาวบ้านเขาดูเหมือนจะกลายเป็นข้อเสียมากกว่า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมที่กำลังอยู่ในช่วงเตรียมขายนักเตะออกจากทีม
พวกเขาจะไม่มีทางที่จะเซ็นสัญญาผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาทดแทนได้เลย
นั่นส่งผลให้ดีลปล่อยนักเตะให้กับทีมต่างประเทศไม่สามารถเกิดขึ้นได้
สูญเสียโอกาสไปมากมาย
ในกรณีที่ทางสโมสรต้องการเงินทุนเข้ามาสู่บัญชีรายรับบ้าง

แม้แต่ทีมใหญ่ก็เจอผลกระทบเล็กน้อยอยู่เหมือนกัน อย่างเช่น แมนฯ ยูไนเต็ด
ที่นักเตะในทีมอย่าง ปอล ป็อกบา ตกเป็นข่าวกับ บาร์เซโลน่า
แม้ว่าตลาดซื้อขายในลีกอังกฤษจะปิดไปแล้ว เช่นเดียวกับ เชลซี
ที่ยังคงมีข่าวลือว่า เอเด็น อาซาร์ ตกเป็นเป้าสนใจของ เรอัล มาดริด อยู่เหมือนกัน
แม้ว่ากระแสข่าวจะไม่แรงเท่าก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่าต่อให้ทั้ง 2
สโมสรผู้ดีพร้อมปล่อยตัวแค่ไหนก็ไม่อาจทำได้ดั่งใจ
เพราะไม่เหลือโอกาสให้คว้าผู้เล่นใหม่เข้ามาทดแทนตำแหน่งที่ขาดหายไปได้แล้ว
นั่นเอง

ทีนี้ก็อยู่ที่ว่าตัวนักเตะจะเกิดอาการงอแงหรือเปล่า
ถ้าหากว่าต้องการย้ายทีมแบบมุ่งมั่นอย่างมาก
นั่นอาจส่งผลกระทบมาถึงฟอร์มในสนามด้วยเช่นกัน ถ้าหากว่านักเตะรายนั้นๆ
ไม่มีความเป็นมืออาชีพมากพอ
ขณะที่สโมสรต่างชาติซึ่งเล็งเห็นถึงจุดอ่อนตรงนี้ก็จะตามตื๊อไม่เลิก
จนกว่าดีลจะเกิดขึ้นจริง อย่างน้อยก็รอถึงช่วงเปิดตลาดต้นปีก็ได้
อย่างเช่นในรายของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ที่ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปเล่นกับ บาร์เซโลน่า
เป็นต้น

มองแล้วทาง พรีเมียร์ลีก จึงมองเห็นแต่ข้อเสียมากมาย ข้อดีก็อาจจะมีอยู่บ้าง
แต่วัดกันแล้วแทบจะไม่สามารถเทียบเคียงกันได้เลย
นั่นเป็นเหตุให้พวกเขาจำเป็นต้องพิจารณากันใหม่อีกครั้งเกี่ยวกับวันเดดไลน์ในช่
วงเปิดตลาดซัมเมอร์ครั้งหน้า

ซึ่งถ้ากลับมาปิดตลาดกันตามเดิมเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา
ทำให้มันเหมือนกับชาวบ้านชาวช่องเขา
ก็เชื่อว่าหลายสโมสรในอังกฤษน่าจะเห็นด้วยอย่างแน่นอน…

อดัมส์ชี้เอเมปรี่มิได้ทำให้อาร์เซน่อลดูดีขึ้นเลย

โทนี่ อดัมส์ กำหนด อูไน เอเมปรี่ ที่ปรึกษาป้ายแดงของ อาร์เซน่อล มิได้ทำให้กลุ่มดูดีขึ้นเลย พร้อมชี้ วิธีการทำกลุ่มในช่วงเวลานี้ของ “ไอ้ปืนใหญ่” ไม่มีวันที่จะทำให้กลุ่มประสบผลสำเร็จได้โทนี่ อดัมส์ ตำนานกองหลังของ อาร์เซน่อล ยอดสมาพันธ์ที่เวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเลื่อมใสว่า อูไน เอเมปรี่ ผู้จัดการกลุ่มคนใหม่ของ “ไอ้ปืนใหญ่” มิได้ทำให้กลุ่มมีคุณภาพดูดีขึ้นอะไรยอดกลุ่มที่ถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ตกลงใจดึง เอเมปรี่ เข้ามาเป็นผู้สืบสกุลของ อาร์แซน เวนเกอร์ ภายหลังที่ เวนเกอร์ กล่าวลากลุ่มไปกับการที่ไม่สามารถที่จะพาทีมครองแชมป์ลีกมาครอบครองได้อีกเลยนับจากฤดู 2003-04 ซึ่งหลายท่านก็มุ่งหวังว่าที่ปรึกษาชาวสแปนิชจะก่อให้กลุ่มกลับมาส่งผลงานที่ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็แล้วแต่ อาร์เซน่อล กลับเปิดตัวได้ในช่วงฤดูกาล 2018-19 ได้ไม่สวยเยอะแค่ไหน ภายหลังที่แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2 และก็พ่ายแพ้ เชลซี 2-3 กระทั่งทำให้พวกเขายังไม่มีแม้กระทั้งคะแนนเดียว ซึ่งผลงานดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วก็ทำให้ อดัมส์ คิดว่า เอเมปรี่ ทำให้กลุ่มมีสไตล์การเล่นที่ดูราวกับว่ากับของ เวนเกอร์ ในตอนไม่กี่ฤดูก่อนหน้าที่ผ่านมา จนกระทั่งทำให้ดูแล้วทีมไม่น่าจะเยอะแค่ไหนอดีตกาลกองหลังคนมีชื่อเสียง เปิดเผยว่า “ภายหลังจากสิ้นยุคของ อาร์แซน ไปแล้วนั้น ผมก็ตื่นเต้นกับจังหวะที่จะกำเนิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มันเป็นจังหวะอันดีที่จะทำหลายเรื่องให้มันต่างออกไป แม้กระนั้นในเกมกับ สิตี้ น่ะ ฟอร์มของกลุ่มมันเป็นฟอร์มลักษณะเดียวกันกับของสมัย อาร์แซน เวนเกอร์ ชัดๆซึ่งผมเศร้าใจกับประเด็นนั้นมากมาย”

“ทุกคนทราบดีว่า อาร์เซน่อล กำลังขาดอะไรอยู่ โน่นเป็นการมีความแข็งแกร่งเสมือนเหล็กกล้า, มีความยืดหยุ่น ซึ่งผมเองก็ยังไม่เคยทราบว่า เอเมปรี่ จะมีผลให้กลุ่มเป็นอย่างนั้นได้รึเปล่า เขาพึ่งจะได้ทำทีมไปเพียงแต่ไม่กี่นัดหมาย แต่ว่าในเกมที่ไปเยี่ยม เชลซี เนี่ย พวกเขาเล่นกันแบบป่วนปั่นดังเดิม พอใช้มองฟอร์มของพวกเขาแล้วมันก็ไม่อาจจะทำให้ท่านคิดได้เลยว่า -มันจะมีการเปลี่ยน-”

“อิวาน กาสิดิส ประธานบริหารของกลุ่มเลือกเอาคนแบบเฮดผู้ฝึกสอนเข้ามาคุมกลุ่ม เพราะว่าพวกเขาไม่ต้องการที่จะอยากได้มีอำนาจเช่นเดียวกับ อาร์แซน แม้กระนั้นพวกเขาก็ยังต้องการทำให้แฟนคลับพึงพอใจด้วยวิธีการทำให้กลุ่มมีสไตล์การเล่นราวกับในสมัยของ อาร์แซน พวกเขาไม่ได้อยากต้องการเสียอุดมคติของการ -เล่นแบบสวยสดงดงาม- ไป ซึ่งผมไม่คิดว่าความคิดแบบงั้นจะก่อให้คุณประสบผลสำเร็จหรอก ด้วยเหตุว่ามันมีหลายทีมที่ทำเป็นดียิ่งกว่า, มีนักเตะที่ดีมากยิ่งกว่า และก็มีเงินให้ใช้มากยิ่งกว่าพวกเรา ก็ขอให้พวกเขาโชคดีก็ตามใจหากพวกเขาคิดที่จะบากบั่นเล่นให้เหนือกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้” อดัมส์ เจาะจง…